ตังกุยได้จากรากไม้พืชจำพวกขึ้นฉ่าย ( Celery) นำมาตากแห้ง มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Angelica Sinensis ที่ขึ้นตามที่ราบสูงทางภาคตะวันตกในประเทศจีน เช่น มณฑลกานซู เสฉวน ยูนนาน ส่านซี กุ้ยโจว หูเป่ย เป็นต้น
ตังกุย แบ่งออกเป็นส่วนหัว ส่วนตัว และส่วนหาง โดยทั้งหมดจะยาวประมาณ 10- 25 ซม. ตัวตังกุยจะยาวราว 3- 10 ซม. ผิวมีสีน้ำตาลอมเทา หรือสีน้ำตาลอมส้ม ตังกุยที่ดีจะต้องมีหัวใหญ่ รากโต รากฝอยน้อย เนื้อในเป็นสีเหลืองอ่อนและมีจุดสีน้ำตาลอยู่มากมาย มีกลิ่นยาสมุนไพรหอมฉุนมากจนเป็นเอกลักษณ์ เพระมีน้ำมันหอมระเหยอยู่ ส่วนตังกุยที่หัวเล็ก รากเล็กรากฝอยมาก และกลิ่นหอมไม่มาก เนื่อในเป็นสีน้ำตาลแดง ถือเป็นตังกุยที่มีคุณภาพรองลงมา
ตังกุย ใช้ปรุงอาหารหรือแช่สุราเป็นเหล้าตังกุยก็ได้ ตังกุยใช้ได้ผลดีมากกับโรค ในสตรีเช่น ประจำเดือนผิดปกติ อาการไม่ตั้งครรภ์ในสตรี จึงพูดได้ว่าเป็นยาบำบัดโรคสตรีที่ดี ที่สุดอย่างหนึ่ง
ส่วนที่ใช้ ราก
ฤทธิ์และรส ฤทธิ์อุ่น รสหวานอมขมและเผ็ด
สารที่พบ น้ำมันระเหย ซูโครส อัลคาลอยด์ วิตามินบี วิตามินบี 12 วิตามินเอ และยังมีกรดต่างๆ เช่น กรดนิโคติน กรดปาลมิติก กรดสเตียริก กรดไมริสติ กรดไขมันไม่อิ่มตัว กรดไลโนเลอิก และไซโทสเตอรอล
สรรพคุณ ตังกุยเป็นตัวยาสำคัญในการบำรุงเลือด ผู้ที่มีอาการโลหิตจากทุกประเภท ให้ใช้ตังกุยบำรุงเลือด ตับ ช่วยให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น ปรับประจำเดือนและยังมีสรรพคุณสร้างภูมิคุ้มกันโรคและกระตุ้นให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น เพิ่มเลือด ซึ่งนอกจากใช้บำบัดอาการประจำเดือนผิดปกติ ปวดประจำเดือน เลือดออกมากในมดลูกและโลหิตจางแล้ว ยังใช้แก้บวมได้ด้วย ทั้งยังเหมาะสำหรับผู้ที่ร่างกายอ่อนแออีกด้วย
นอกจากนี้ตังกุยยังช่วยสร้างความชุ่มชื้น ช่วยหล่อลื่นลำไส้ ห้ามเลือด เป็นต้น และยังเป็นยาระงับประสาทได้ด้วย ดังนั้นตังกุยจึงเป็นยาขนานวิเศษสำหรับคุณผู้หญิง
ข้อห้าม ผู้ที่ท้องร่วงเป็นประจำควรใช้ด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากตังกุยมีฤทธิ์อุ่นผู้ที่มีอาการร้อน อาการท้องร่วง ท้องเฟ้อ เบื่ออาหารจึงห้ามรับประทาน
ข้อสังเกต ตังกุยที่ดีคือ ตังกุยที่มาจากอำเภอหมิ่นซาน มลฑลกานซู ประเทศจีน |